ชุมชนสนามชัยเขต เกษตรกู้วิกฤตโลก

ออกอากาศ17 พ.ค. 69

ถ้าพูดถึงแกงส้มสักชาม หลายคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าแกงส้มชามนั้นมีมะขามจากลุงเดือน ถั่วฝักยาวจากพี่มนทิรา ผักแต้วจากพี่นุชนาถ และดอกกระเจียวจากพี่เอื้อง มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือเรื่องราวของ ชุมชนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รวมใจเป็นหนึ่งผ่านผืนดินและผืนนา

ชุมชนสนามชัยเขต คืออะไร และเริ่มต้นมาจากไหน

ชุมชนสนามชัยเขต หรือ "กลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต" ตั้งอยู่ในอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นจากปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผลที่ไม่เป็นธรรม การพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว อย่าง มันสำปะหลังและข้าวที่ราคาผันผวน รวมถึงปัญหาหนี้สินที่สะสมจนบางรายต้องขายที่ดินทำกิน

แนวคิดในการรวมกลุ่มจึงเกิดขึ้น เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาสารเคมี และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในชุมชนตั้งแต่ระดับครัวเรือน

กติกาสำคัญของชุมชนสนามชัยเขต: ปลูกหลากหลาย อยู่รอดทุกฤดู

หัวใจของการรวมกลุ่มใน ชุมชนสนามชัยเขต คือกติกาที่ทุกสมาชิกต้องยึดถือร่วมกัน นั่นคือ ทุกคนต้องปลูกผักและข้าวให้หลากหลาย โดยมีผักอย่างน้อย 15 ชนิดในแปลงของตัวเอง ตามความถนัดและความชอบของแต่ละราย

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่าร้อยคน แต่ละคนมีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งงานไปจนถึงหลายร้อยไร่ บางคนเน้นไม้ผล บางคนเน้นผักสวนครัว แต่ทุกคนมีพื้นที่ปลูกผักและข้าวเป็นของตัวเอง เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลายตลอดปี

พืชผักที่โดดเด่นของชุมชนสนามชัยเขต มีอะไรบ้าง

ความอุดมสมบูรณ์ของ ชุมชนสนามชัยเขต สะท้อนผ่านพืชผักพื้นบ้านที่หาได้ยากในตลาดทั่วไป เช่น

  • ดอกกระเจียว (ดอกดิน) ปลูกจากเหง้า ออกดอกช่วงต้นฤดูฝน มีกลิ่นหอม รสชาติคล้ายกระชาย ใช้ทำแกงส้ม แกงเผ็ด หรือผัดไข่ได้ทุกเมนู
  • ผักแต้ว (ผักติ้ว) ผักพื้นบ้านที่ขุดมาจากป่าธรรมชาติมาเพาะปลูกในสวน มีรสเปรี้ยวอ่อน กินสดหรือนำไปแกงส้ม ต้มปลาเค็ม จิ้มน้ำพริกได้
  • ถั่วฝักยาวเขียวนุชนาถ สายพันธุ์ที่สมาชิกเก็บเมล็ดพันธุ์เองและตั้งชื่อตามเจ้าของสวน มีสีเขียวเข้ม รสหวาน กรอบ ไม่เหนียว
  • ข่าตาแดง ราคาประกันกิโลละ 50 บาท ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก
  • มะม่วงงาช้างแดง ลูกใหญ่ สีแดง รสชาติดี เหมาะกินกับน้ำปลาหวาน
  • สับปะรดตาดำ เนื้อฉ่ำ สีเหลือง รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด

ระบบปุ๋ยอินทรีย์ของชุมชนสนามชัยเขต: ทำเองใช้เอง ลดต้นทุนได้จริง

ชุมชนสนามชัยเขต ส่งเสริมให้สมาชิกผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองภายในครัวเรือน สูตรปุ๋ยหมักที่สืบทอดกันในกลุ่มประกอบด้วย

  • ขี้วัว 2 กระสอบ (ราว 40 กิโลกรัม)
  • ขี้ไก่ 1 กระสอบ (ราว 20 กิโลกรัม)
  • แกลบดำ 1 กระสอบ
  • เศษอาหารและเศษผลไม้ อย่างละ 5 ลิตร
  • กากน้ำตาล เพื่อช่วยลดกลิ่นในระหว่างหมัก

ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน คลุมผ้าทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นกลับกองและคลุมต่ออีก 15 วัน ครบ 1 เดือน ปุ๋ยก็พร้อมใช้กับพืชได้ทุกชนิด วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ดินมีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเก็บเมล็ดพันธุ์: หัวใจของชุมชนสนามชัยเขต ที่ยั่งยืนกว่าการซื้อ

หนึ่งในกฎสำคัญของ ชุมชนสนามชัยเขต คือ ทุกคนต้องเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว บวบหอม หรือพืชอื่น ๆ แนวทางนี้ช่วยลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์จากภายนอก และยังทำให้พันธุ์พืชมีความแข็งแรงทนทานต่อโรค เพราะผ่านการปลูกแบบอินทรีย์ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างวิธีเก็บเมล็ดพันธุ์บวบหอม เช่น เลือกลูกที่สมบูรณ์ ตากแดด 3 วัน จนเมล็ดข้างในเริ่มคลอน จากนั้นดึงหัวจุกออกแล้วเทเมล็ด คัดเมล็ดที่เต่งไว้ ตากเพิ่มอีก 1 วัน แล้วบรรจุถุงพร้อมระบุวันที่เก็บ เมล็ดพันธุ์ที่เก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้นานถึง 4 ปี

ระบบตลาดและราคาประกันที่ทำให้ชุมชนสนามชัยเขต มั่นคงกว่าเกษตรทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ ชุมชนสนามชัยเขต แตกต่างจากกลุ่มเกษตรอื่นคือระบบตลาดที่เป็นระบบ ประกอบด้วย

  1. แผนการผลิต สมาชิกแจ้งว่ามีพืชชนิดใด จำนวนเท่าใด ออกผลผลิตช่วงไหน เพื่อให้กลุ่มวางแผนการตลาดได้ถูกต้อง
  2. ราคาประกัน กลุ่มประกันราคาพืชแต่ละชนิดตามความยากง่ายของการปลูก เช่น ต้นหอม ผักชี มะนาว ข่าตาแดง โดยประกันราคาตลอดทั้งปี
  3. ช่องทางการขาย ส่งให้กลุ่มและขายตรงในชุมชน โดยลูกค้าในพื้นที่มักยินดีจ่ายราคาเต็มเพราะรู้ว่าเป็นผักอินทรีย์ปลอดสาร

นอกจากนี้กลุ่มยังเคยส่งออกข้าวเหลืองประทิว ข่า ตะไคร้ และมะนาวไปยังตลาดยุโรปภายใต้มาตรฐานอินทรีย์ระดับ EU อีกด้วย

ผลลัพธ์จริงจากการเข้าร่วมชุมชนสนามชัยเขต

สมาชิกที่ร่วมกลุ่มมาตั้งแต่ต้นต่างพูดตรงกันว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

  • สุขภาพดีขึ้น เพราะไม่สัมผัสสารเคมีในการทำงาน และมีอาหารปลอดภัยกินเองในครัวเรือน
  • รายได้มั่นคง จากการปลูกพืชหลากหลายที่ขายได้ตลอดปี ต่างจากพืชเชิงเดี่ยวที่ขายได้ปีละครั้ง
  • ลดหนี้สิน บางรายสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีได้ถึงสองคนจากรายได้ของสวน
  • สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว ปลาในนา หอยในนา กลับมาให้เก็บกินได้อีกครั้ง

ชุมชนสนามชัยเขต โมเดลที่พิสูจน์แล้วว่าเกษตรกรอยู่ได้ด้วยตัวเอง

จากชุมชนที่เคยพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวและแบกรับหนี้สิน ชุมชนสนามชัยเขต ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการรวมกลุ่ม การปลูกพืชหลากหลาย และการจัดการห่วงโซ่อาหารตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงตลาดสามารถเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

แกงส้มชามแรกที่พูดถึงในตอนต้นคือตัวแทนของแนวคิดนี้ อาหารจานเดียวที่เกิดจากความร่วมมือของหลายครัวเรือน หลายแปลงเกษตร และหลายน้ำพักน้ำแรง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้ไม่ธรรมดา

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ถ้าพูดถึงแกงส้มสักชาม หลายคนอาจนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดา แต่ถ้าแกงส้มชามนั้นมีมะขามจากลุงเดือน ถั่วฝักยาวจากพี่มนทิรา ผักแต้วจากพี่นุชนาถ และดอกกระเจียวจากพี่เอื้อง มันไม่ใช่แค่อาหาร แต่คือเรื่องราวของ ชุมชนสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่รวมใจเป็นหนึ่งผ่านผืนดินและผืนนา

ชุมชนสนามชัยเขต คืออะไร และเริ่มต้นมาจากไหน

ชุมชนสนามชัยเขต หรือ "กลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต" ตั้งอยู่ในอำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา กลุ่มนี้ก่อตั้งขึ้นจากปัญหาที่เกษตรกรในพื้นที่ต้องเผชิญมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผลที่ไม่เป็นธรรม การพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยว อย่าง มันสำปะหลังและข้าวที่ราคาผันผวน รวมถึงปัญหาหนี้สินที่สะสมจนบางรายต้องขายที่ดินทำกิน

แนวคิดในการรวมกลุ่มจึงเกิดขึ้น เพื่อเพิ่มอำนาจการต่อรองให้เกษตรกร ลดการพึ่งพาสารเคมี และสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับคนในชุมชนตั้งแต่ระดับครัวเรือน

กติกาสำคัญของชุมชนสนามชัยเขต: ปลูกหลากหลาย อยู่รอดทุกฤดู

หัวใจของการรวมกลุ่มใน ชุมชนสนามชัยเขต คือกติกาที่ทุกสมาชิกต้องยึดถือร่วมกัน นั่นคือ ทุกคนต้องปลูกผักและข้าวให้หลากหลาย โดยมีผักอย่างน้อย 15 ชนิดในแปลงของตัวเอง ตามความถนัดและความชอบของแต่ละราย

ปัจจุบันกลุ่มมีสมาชิกกว่าร้อยคน แต่ละคนมีพื้นที่ตั้งแต่หนึ่งงานไปจนถึงหลายร้อยไร่ บางคนเน้นไม้ผล บางคนเน้นผักสวนครัว แต่ทุกคนมีพื้นที่ปลูกผักและข้าวเป็นของตัวเอง เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งอาหารที่ครบถ้วนและหลากหลายตลอดปี

พืชผักที่โดดเด่นของชุมชนสนามชัยเขต มีอะไรบ้าง

ความอุดมสมบูรณ์ของ ชุมชนสนามชัยเขต สะท้อนผ่านพืชผักพื้นบ้านที่หาได้ยากในตลาดทั่วไป เช่น

  • ดอกกระเจียว (ดอกดิน) ปลูกจากเหง้า ออกดอกช่วงต้นฤดูฝน มีกลิ่นหอม รสชาติคล้ายกระชาย ใช้ทำแกงส้ม แกงเผ็ด หรือผัดไข่ได้ทุกเมนู
  • ผักแต้ว (ผักติ้ว) ผักพื้นบ้านที่ขุดมาจากป่าธรรมชาติมาเพาะปลูกในสวน มีรสเปรี้ยวอ่อน กินสดหรือนำไปแกงส้ม ต้มปลาเค็ม จิ้มน้ำพริกได้
  • ถั่วฝักยาวเขียวนุชนาถ สายพันธุ์ที่สมาชิกเก็บเมล็ดพันธุ์เองและตั้งชื่อตามเจ้าของสวน มีสีเขียวเข้ม รสหวาน กรอบ ไม่เหนียว
  • ข่าตาแดง ราคาประกันกิโลละ 50 บาท ปลูกง่าย ดูแลไม่ยุ่งยาก
  • มะม่วงงาช้างแดง ลูกใหญ่ สีแดง รสชาติดี เหมาะกินกับน้ำปลาหวาน
  • สับปะรดตาดำ เนื้อฉ่ำ สีเหลือง รสหวาน เป็นที่ต้องการของตลาด

ระบบปุ๋ยอินทรีย์ของชุมชนสนามชัยเขต: ทำเองใช้เอง ลดต้นทุนได้จริง

ชุมชนสนามชัยเขต ส่งเสริมให้สมาชิกผลิตปุ๋ยอินทรีย์ใช้เองภายในครัวเรือน สูตรปุ๋ยหมักที่สืบทอดกันในกลุ่มประกอบด้วย

  • ขี้วัว 2 กระสอบ (ราว 40 กิโลกรัม)
  • ขี้ไก่ 1 กระสอบ (ราว 20 กิโลกรัม)
  • แกลบดำ 1 กระสอบ
  • เศษอาหารและเศษผลไม้ อย่างละ 5 ลิตร
  • กากน้ำตาล เพื่อช่วยลดกลิ่นในระหว่างหมัก

ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน คลุมผ้าทิ้งไว้ 15 วัน จากนั้นกลับกองและคลุมต่ออีก 15 วัน ครบ 1 เดือน ปุ๋ยก็พร้อมใช้กับพืชได้ทุกชนิด วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้อย่างมีนัยสำคัญ และทำให้ดินมีคุณภาพดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

การเก็บเมล็ดพันธุ์: หัวใจของชุมชนสนามชัยเขต ที่ยั่งยืนกว่าการซื้อ

หนึ่งในกฎสำคัญของ ชุมชนสนามชัยเขต คือ ทุกคนต้องเก็บเมล็ดพันธุ์เอง ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว บวบหอม หรือพืชอื่น ๆ แนวทางนี้ช่วยลดต้นทุนการซื้อเมล็ดพันธุ์จากภายนอก และยังทำให้พันธุ์พืชมีความแข็งแรงทนทานต่อโรค เพราะผ่านการปลูกแบบอินทรีย์ตั้งแต่ต้น

ตัวอย่างวิธีเก็บเมล็ดพันธุ์บวบหอม เช่น เลือกลูกที่สมบูรณ์ ตากแดด 3 วัน จนเมล็ดข้างในเริ่มคลอน จากนั้นดึงหัวจุกออกแล้วเทเมล็ด คัดเมล็ดที่เต่งไว้ ตากเพิ่มอีก 1 วัน แล้วบรรจุถุงพร้อมระบุวันที่เก็บ เมล็ดพันธุ์ที่เก็บในตู้เย็นสามารถเก็บได้นานถึง 4 ปี

ระบบตลาดและราคาประกันที่ทำให้ชุมชนสนามชัยเขต มั่นคงกว่าเกษตรทั่วไป

สิ่งที่ทำให้ ชุมชนสนามชัยเขต แตกต่างจากกลุ่มเกษตรอื่นคือระบบตลาดที่เป็นระบบ ประกอบด้วย

  1. แผนการผลิต สมาชิกแจ้งว่ามีพืชชนิดใด จำนวนเท่าใด ออกผลผลิตช่วงไหน เพื่อให้กลุ่มวางแผนการตลาดได้ถูกต้อง
  2. ราคาประกัน กลุ่มประกันราคาพืชแต่ละชนิดตามความยากง่ายของการปลูก เช่น ต้นหอม ผักชี มะนาว ข่าตาแดง โดยประกันราคาตลอดทั้งปี
  3. ช่องทางการขาย ส่งให้กลุ่มและขายตรงในชุมชน โดยลูกค้าในพื้นที่มักยินดีจ่ายราคาเต็มเพราะรู้ว่าเป็นผักอินทรีย์ปลอดสาร

นอกจากนี้กลุ่มยังเคยส่งออกข้าวเหลืองประทิว ข่า ตะไคร้ และมะนาวไปยังตลาดยุโรปภายใต้มาตรฐานอินทรีย์ระดับ EU อีกด้วย

ผลลัพธ์จริงจากการเข้าร่วมชุมชนสนามชัยเขต

สมาชิกที่ร่วมกลุ่มมาตั้งแต่ต้นต่างพูดตรงกันว่า ชีวิตเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น

  • สุขภาพดีขึ้น เพราะไม่สัมผัสสารเคมีในการทำงาน และมีอาหารปลอดภัยกินเองในครัวเรือน
  • รายได้มั่นคง จากการปลูกพืชหลากหลายที่ขายได้ตลอดปี ต่างจากพืชเชิงเดี่ยวที่ขายได้ปีละครั้ง
  • ลดหนี้สิน บางรายสามารถส่งลูกเรียนจนจบปริญญาตรีได้ถึงสองคนจากรายได้ของสวน
  • สิ่งแวดล้อมฟื้นตัว ปลาในนา หอยในนา กลับมาให้เก็บกินได้อีกครั้ง

ชุมชนสนามชัยเขต โมเดลที่พิสูจน์แล้วว่าเกษตรกรอยู่ได้ด้วยตัวเอง

จากชุมชนที่เคยพึ่งพาพืชเชิงเดี่ยวและแบกรับหนี้สิน ชุมชนสนามชัยเขต ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าการรวมกลุ่ม การปลูกพืชหลากหลาย และการจัดการห่วงโซ่อาหารตั้งแต่เมล็ดพันธุ์ถึงตลาดสามารถเปลี่ยนชีวิตเกษตรกรได้อย่างแท้จริง

แกงส้มชามแรกที่พูดถึงในตอนต้นคือตัวแทนของแนวคิดนี้ อาหารจานเดียวที่เกิดจากความร่วมมือของหลายครัวเรือน หลายแปลงเกษตร และหลายน้ำพักน้ำแรง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ชุมชนแห่งนี้ไม่ธรรมดา

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 17 พฤษภาคม 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย