ป่าชุ่มน้ำบุญเรือง ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับโลก

ออกอากาศ15 มี.ค. 69

หากพูดถึงแหล่งอาหารสมบูรณ์ที่ชุมชนดูแลกันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาซูเปอร์มาร์เก็ตในเมือง "ป่าชุ่มน้ำบุญเรือง" คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,706 ไร่ และถือเป็น "หม้อข้าวหม้อแกงทอง" ของชุมชนที่ยืนหยัดมานานกว่าหลายร้อยปี

ป่าชุ่มน้ำคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ป่าชุ่มน้ำ คือพื้นที่ป่าที่น้ำสามารถเข้าถึงได้ และต้นไม้สามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้ในระยะเวลาหนึ่ง สำหรับป่าชุ่มน้ำบุญเรืองนั้นจัดเป็นป่าชุ่มน้ำตามฤดูกาล กล่าวคือในช่วงฤดูน้ำหลาก (เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) น้ำจากแม่น้ำอิงจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ แต่ในฤดูอื่นป่าแห่งนี้จะเป็นป่าบกตามปกติ

ป่าแห่งนี้ยังเป็น "มดลูกของแม่น้ำอิง" เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำอิงตอนปลายก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ในช่วงน้ำหลากจะมีปลาจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำอิงมากกว่า 50 ชนิดเดินทางเข้ามาอนุบาลและวางไข่ในป่าแห่งนี้

ป่าชุ่มน้ำบุญเรือง: ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติที่ไม่มีค่าเข้า

ผู้คนในชุมชนบุญเรืองเรียกป่าแห่งนี้ว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน" เพราะภายในป่ามีทรัพยากรอาหารหลากหลายที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น

  • ผักป่าหลากชนิด เช่น ดอกงิ้ว, ใบบัวบก (ผักหนอก), ผักขี้เสียด, ผักขี้เหา, ผักแซว, มะระขี้นก, ยอดสะเดา และต้นขี้เหล็ก
  • ปลาน้ำจืดจากแม่น้ำอิง เช่น ปลากด, ปลาค้าว, ปลากา, ปลาตะเพียน, ปลาอีสบ และปลาบึก
  • น้ำผึ้งโพรงจากรังผึ้งธรรมชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาบ่มนานกว่า 1 ปีจึงจะได้คุณภาพดีที่สุด
  • พืชสมุนไพร เช่น ดอกทองกวาวที่มีสรรพคุณทางยากว่า 32 ชนิด รวมถึงมะตูมและพืชอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่สำคัญคือทุกอย่างมีต้นทุน 0 บาท ไม่ต้องลงทุนค่าปลูก ค่าปุ๋ย หรือค่าสารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น

ป่าชุ่มน้ำกับรายได้ชุมชน: มูลค่ากว่า 14 ล้านบาทต่อปี

ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองไม่ได้มีคุณค่าเพียงในแง่ของอาหารเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนกว่า 14 ล้านบาทต่อปีจากประโยชน์ทางตรง ชาวบ้านนำผักและสัตว์น้ำที่ได้จากป่าไปจำหน่ายในตลาดชุมชน โดยผักหลายชนิดราคาเพียงกำละ 5 - 10 บาท บางวันสามารถทำรายได้ได้ถึง 300 - 500 บาทโดยไม่มีต้นทุนการผลิตเลย

นอกจากนี้ยังมีวิสาหกิจชุมชน "ปางควายบุญคุ้มป่าชุ่มน้ำบุญเรือง" ที่นำควายกลับมาเลี้ยงในป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ควายเหล่านี้ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชตามธรรมชาติ พร้อมสร้างรายได้เสริมจากการจำหน่ายมูลควายกระสอบละ 30 บาท

รางวัลระดับโลกที่ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองได้รับ

การบริหารจัดการป่าชุ่มน้ำบุญเรืองโดยชุมชนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยได้รับรางวัลสำคัญถึง 2 รางวัล ได้แก่:

  • รางวัล Equator Prize (พ.ศ. 2563) รางวัลด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่เปรียบได้กับ "ออสการ์" ของวงการสิ่งแวดล้อม โดยในปีนั้นมีผู้ส่งผลงานจาก 127 ประเทศ กว่า 600 โครงการ และป่าชุ่มน้ำบุญเรืองได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย
  • รางวัลร่มสีเขียว ประเภทชุมชน (พ.ศ. 2565) สำหรับเรื่องการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงอย่างยั่งยืน

ป่าชุ่มน้ำกับสิ่งแวดล้อม: เครื่องฟอกอากาศขนาดยักษ์ของชุมชน

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านอาหารและรายได้ ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองยังมีบทบาทสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่กว่า 3,706 ไร่ ป่าแห่งนี้สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์ได้ไม่น้อยกว่า 1,500,000 คันต่อปี ช่วยผลิตออกซิเจนสะอาดให้กับชุมชนและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง ป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ทำให้ระบบนิเวศของแม่น้ำอิงและแม่น้ำโขงมีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง

การอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำ: กฎชุมชนและการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

ความยั่งยืนของป่าชุ่มน้ำบุญเรืองไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากกฎระเบียบชุมชนที่เคร่งครัด เช่น การห้ามใช้ไฟในป่า การห้ามใช้เครื่องมือประมงบางประเภทในแม่น้ำอิง โดยมีค่าปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนตามความรุนแรงของการกระทำ

นอกจากนี้ชุมชนยังมีกิจกรรมปลูกป่าและดูแลป่าอย่างต่อเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ พร้อมบรรจุความรู้เรื่องป่าชุ่มน้ำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน เพื่อสร้างสำนึกรักและความผูกพันกับป่าให้แก่เด็กและเยาวชนรุ่นต่อไป

สรุป: ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองคือมรดกที่มีชีวิต

ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองพิสูจน์ให้เห็นว่า ชุมชนเล็ก ๆ สามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนได้ ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กฎระเบียบชุมชน และความรักในผืนป่า ป่าแห่งนี้จึงไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะรางวัลที่ได้รับ หากแต่ยิ่งใหญ่เพราะได้เลี้ยงดูชีวิตทั้งคนและสัตว์มาอย่างยาวนาน และจะยังคงอยู่เคียงข้างชุมชนแห่งนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน

หากพูดถึงแหล่งอาหารสมบูรณ์ที่ชุมชนดูแลกันเองโดยไม่ต้องพึ่งพาซูเปอร์มาร์เก็ตในเมือง "ป่าชุ่มน้ำบุญเรือง" คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุด ป่าแห่งนี้ตั้งอยู่ในตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 3,706 ไร่ และถือเป็น "หม้อข้าวหม้อแกงทอง" ของชุมชนที่ยืนหยัดมานานกว่าหลายร้อยปี

ป่าชุ่มน้ำคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ป่าชุ่มน้ำ คือพื้นที่ป่าที่น้ำสามารถเข้าถึงได้ และต้นไม้สามารถทนต่อน้ำท่วมขังได้ในระยะเวลาหนึ่ง สำหรับป่าชุ่มน้ำบุญเรืองนั้นจัดเป็นป่าชุ่มน้ำตามฤดูกาล กล่าวคือในช่วงฤดูน้ำหลาก (เดือนกรกฎาคม – ตุลาคม) น้ำจากแม่น้ำอิงจะไหลเข้าท่วมพื้นที่ แต่ในฤดูอื่นป่าแห่งนี้จะเป็นป่าบกตามปกติ

ป่าแห่งนี้ยังเป็น "มดลูกของแม่น้ำอิง" เนื่องจากตั้งอยู่บริเวณลุ่มน้ำอิงตอนปลายก่อนไหลลงสู่แม่น้ำโขง ในช่วงน้ำหลากจะมีปลาจากแม่น้ำโขงและแม่น้ำอิงมากกว่า 50 ชนิดเดินทางเข้ามาอนุบาลและวางไข่ในป่าแห่งนี้

ป่าชุ่มน้ำบุญเรือง: ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมชาติที่ไม่มีค่าเข้า

ผู้คนในชุมชนบุญเรืองเรียกป่าแห่งนี้ว่า "ซูเปอร์มาร์เก็ตของชุมชน" เพราะภายในป่ามีทรัพยากรอาหารหลากหลายที่สามารถนำมาใช้ได้ทุกฤดูกาล ไม่ว่าจะเป็น

  • ผักป่าหลากชนิด เช่น ดอกงิ้ว, ใบบัวบก (ผักหนอก), ผักขี้เสียด, ผักขี้เหา, ผักแซว, มะระขี้นก, ยอดสะเดา และต้นขี้เหล็ก
  • ปลาน้ำจืดจากแม่น้ำอิง เช่น ปลากด, ปลาค้าว, ปลากา, ปลาตะเพียน, ปลาอีสบ และปลาบึก
  • น้ำผึ้งโพรงจากรังผึ้งธรรมชาติ ซึ่งต้องใช้เวลาบ่มนานกว่า 1 ปีจึงจะได้คุณภาพดีที่สุด
  • พืชสมุนไพร เช่น ดอกทองกวาวที่มีสรรพคุณทางยากว่า 32 ชนิด รวมถึงมะตูมและพืชอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่สำคัญคือทุกอย่างมีต้นทุน 0 บาท ไม่ต้องลงทุนค่าปลูก ค่าปุ๋ย หรือค่าสารเคมีใด ๆ ทั้งสิ้น

ป่าชุ่มน้ำกับรายได้ชุมชน: มูลค่ากว่า 14 ล้านบาทต่อปี

ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองไม่ได้มีคุณค่าเพียงในแง่ของอาหารเท่านั้น แต่ยังสร้างรายได้หมุนเวียนในชุมชนกว่า 14 ล้านบาทต่อปีจากประโยชน์ทางตรง ชาวบ้านนำผักและสัตว์น้ำที่ได้จากป่าไปจำหน่ายในตลาดชุมชน โดยผักหลายชนิดราคาเพียงกำละ 5 - 10 บาท บางวันสามารถทำรายได้ได้ถึง 300 - 500 บาทโดยไม่มีต้นทุนการผลิตเลย

นอกจากนี้ยังมีวิสาหกิจชุมชน "ปางควายบุญคุ้มป่าชุ่มน้ำบุญเรือง" ที่นำควายกลับมาเลี้ยงในป่าตั้งแต่ปี พ.ศ. 2561 ควายเหล่านี้ช่วยกระจายเมล็ดพันธุ์พืชตามธรรมชาติ พร้อมสร้างรายได้เสริมจากการจำหน่ายมูลควายกระสอบละ 30 บาท

รางวัลระดับโลกที่ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองได้รับ

การบริหารจัดการป่าชุ่มน้ำบุญเรืองโดยชุมชนได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยได้รับรางวัลสำคัญถึง 2 รางวัล ได้แก่:

  • รางวัล Equator Prize (พ.ศ. 2563) รางวัลด้านสิ่งแวดล้อมระดับโลกที่เปรียบได้กับ "ออสการ์" ของวงการสิ่งแวดล้อม โดยในปีนั้นมีผู้ส่งผลงานจาก 127 ประเทศ กว่า 600 โครงการ และป่าชุ่มน้ำบุญเรืองได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนประเทศไทย
  • รางวัลร่มสีเขียว ประเภทชุมชน (พ.ศ. 2565) สำหรับเรื่องการจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงอย่างยั่งยืน

ป่าชุ่มน้ำกับสิ่งแวดล้อม: เครื่องฟอกอากาศขนาดยักษ์ของชุมชน

นอกเหนือจากประโยชน์ด้านอาหารและรายได้ ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองยังมีบทบาทสำคัญด้านสิ่งแวดล้อม ด้วยพื้นที่กว่า 3,706 ไร่ ป่าแห่งนี้สามารถดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากท่อไอเสียรถยนต์ได้ไม่น้อยกว่า 1,500,000 คันต่อปี ช่วยผลิตออกซิเจนสะอาดให้กับชุมชนและพื้นที่โดยรอบอย่างต่อเนื่อง ป่าแห่งนี้ยังเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ ทำให้ระบบนิเวศของแม่น้ำอิงและแม่น้ำโขงมีความอุดมสมบูรณ์อย่างต่อเนื่อง

การอนุรักษ์ป่าชุ่มน้ำ: กฎชุมชนและการส่งต่อรุ่นสู่รุ่น

ความยั่งยืนของป่าชุ่มน้ำบุญเรืองไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ แต่มาจากกฎระเบียบชุมชนที่เคร่งครัด เช่น การห้ามใช้ไฟในป่า การห้ามใช้เครื่องมือประมงบางประเภทในแม่น้ำอิง โดยมีค่าปรับสำหรับผู้ฝ่าฝืนตามความรุนแรงของการกระทำ

นอกจากนี้ชุมชนยังมีกิจกรรมปลูกป่าและดูแลป่าอย่างต่อเนื่องในวันสำคัญต่าง ๆ พร้อมบรรจุความรู้เรื่องป่าชุ่มน้ำเป็นหลักสูตรท้องถิ่นในโรงเรียน เพื่อสร้างสำนึกรักและความผูกพันกับป่าให้แก่เด็กและเยาวชนรุ่นต่อไป

สรุป: ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองคือมรดกที่มีชีวิต

ป่าชุ่มน้ำบุญเรืองพิสูจน์ให้เห็นว่า ชุมชนเล็ก ๆ สามารถดูแลทรัพยากรธรรมชาติขนาดใหญ่ให้คงอยู่อย่างยั่งยืนได้ ด้วยการผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น กฎระเบียบชุมชน และความรักในผืนป่า ป่าแห่งนี้จึงไม่ได้ยิ่งใหญ่เพราะรางวัลที่ได้รับ หากแต่ยิ่งใหญ่เพราะได้เลี้ยงดูชีวิตทั้งคนและสัตว์มาอย่างยาวนาน และจะยังคงอยู่เคียงข้างชุมชนแห่งนี้ต่อไปอีกนานแสนนาน

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย