ทุเรียนปราจีน GI ทุเรียนแห่งความประณีต

ออกอากาศ7 มิ.ย. 69

ทุเรียนที่ดีเริ่มต้นจากสิ่งที่คนมองไม่เห็น นั่นคือ "ดิน" และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ ทุเรียนปราจีน มีรสชาติที่ดีไม่เหมือนที่อื่น แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติกลับแตกต่างกันได้ เพราะนี่คือทุเรียนแห่งความประณีต ทุเรียน GI ปราจีนที่มีความอร่อยเริ่มตั้งแต่ผืนดิน บทความนี้จะพาทุกคนไปทัวร์สวนทุเรียนที่จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านเรื่องราวของคุณลุงมนัส เกษตรกรผู้พิถีพิถันในทุกขั้นตอน

ความลับของดินที่ทำให้ทุเรียนปราจีนอร่อยไม่เหมือนใคร

จุดเริ่มต้นของความอร่อยมาจากผืนดิน คุณลุงมนัสเล่าว่าของดีปราจีนบุรีคือดินเหนียวปนทรายที่ช่วยให้ทุเรียนมีรสชาติดีและเจริญงอกงาม โดยหน้าดินชั้นต้นเป็นดินเหนียวปนทรายลึกประมาณ 30 เซนติเมตร พอลึกลงไปราวสองเมตรก็จะเจอดินขาว และบางที่ลึกลงไปอีกก็จะพบทรายล้วน ซึ่งถ้าเจอทรายมักแปลว่าบ่อน้ำหน้านั้นจะดีเพราะน้ำซึมได้ดี

นอกจากนี้ในพื้นที่ปราจีนบุรียังพบหินผุหรือศิลาแลงปะปนอยู่ ซึ่งหินเหล่านี้ให้แร่ธาตุอย่างแคลเซียมที่ทุเรียนชอบ ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของดินที่ทำให้ ทุเรียนปราจีน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สายพันธุ์ทุเรียนปราจีนที่ได้รับการรับรอง GI มีอะไรบ้าง

ทุเรียนปราจีน มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยที่ได้รับการประกาศเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก

กลุ่มแรกคือพันธุ์การค้า มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์หมอนทอง, ชะนี, ก้านยาว และกระดุมทอง ส่วนกลุ่มที่สองคือพันธุ์พื้นเมือง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์กำปั่น, กบชายน้ำ และชมพูศรี ซึ่งเป็นชื่อที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นเคย แต่คนรุ่นเก่าจะรู้จักดี และกำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งสายพันธุ์คือพันธุ์ทับทิมทอง รวมทั้งหมดเป็น 8 สายพันธุ์

พันธุ์ทับทิมทองที่ออกสู่ท้องตลาดแล้วมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 400 บาท และเป็นที่ต้องการมากจนต้องจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ตั้งแต่ตอนที่ลูกยังเล็ก ๆ ไม่จองก็หมดสิทธิ์

ภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝนกับคุณภาพของทุเรียนปราจีน

นอกจากดินที่ดีแล้ว ภูมิอากาศก็มีผลต่อคุณภาพของทุเรียนเช่นกัน หลักสำคัญคือเวลาผลไม้จะสุก หากปริมาณน้ำฝนมากเกินไปคุณภาพจะไม่ดี เพราะถ้าฝนชุก ทุเรียนเมื่อผ่าออกมาส่วนใหญ่จะแฉะ

จุดเด่นของพื้นที่ปราจีนบุรีคือมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละประมาณ 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกที่มีถึง 3,000 – 4,000 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่านี้จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ทุเรียนปราจีน มีเนื้อแห้งและคุณภาพดี

ลักษณะเด่นของทุเรียนปราจีนพันธุ์หมอนทองตามมาตรฐาน GI

แม้หมอนทองจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันทั่วประเทศ แต่ทุเรียนปราจีนพันธุ์หมอนทองมีความแตกต่างที่รสชาติและลักษณะภายนอกตามประกาศ GI

ตามมาตรฐานกำหนดว่าเปลือกต้องมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม หนามแหลมและถี่ รูปทรงมีก้นหอยที่มีมาตั้งแต่ผลยังเล็กจนโต ซึ่งพันธุ์อื่นไม่มี อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญคือทุเรียนปราจีนทุกพันธุ์ต้องมีก้านหรือขั้วที่ยาวและขั้วใหญ่

จุดเด่นที่น่าทึ่งอีกอย่างคือความบางของเปลือก ที่วัดได้เพียง 0.87 เซนติเมตร ไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ทำให้น้ำหนักเปลือกลดลงเหลือราว 40 เปอร์เซ็นต์ ปอกง่ายขึ้นและได้เนื้อเยอะกว่า

วิธีดูทุเรียนปราจีนสุกและการเลือกซื้อให้ได้เนื้อกำลังกิน

การเช็กความสุกของทุเรียนปราจีนไม่จำเป็นต้องใช้ไม้เคาะเหมือนที่อื่น คุณลุงมนัสบอกว่าแค่ดูผิวและดูขั้วก็รู้แล้ว เวลาตัดมาน้ำหวานจะเยิ้มออกมาที่ขั้ว เนื้อในมีสีเหลือง หากน้ำออกมาเยอะแสดงว่าแก่จัด เมื่อนำมาบ่มเพียงวันสองวันก็สุกพอดี

สำหรับการเลือกซื้อ แนะนำว่าเนื้อกำลังกินจะกรอบนอกนุ่มใน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนเนื้อที่ดิบจะมีเสียงต่างออกไปเมื่อเคาะฟัง รสชาติของเนื้อที่สุกกำลังดีจะหวานมัน ละมุนลิ้น เหมือนกินไอศกรีม เนื้อเหลืองเนียน แห้ง และมีเส้นใยน้อย

เคล็ดลับการปลูกและดูแลสวนทุเรียนปราจีนแบบประณีต

สวนของลุงมนัสมีพื้นที่รวมประมาณ 14 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง โดยมีครอบครัวช่วยกันดูแล ความประณีตของทุเรียนปราจีนอยู่ที่การไม่แต่งเติมสี ไม่เร่งน้ำยาเร่งสุกใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้ได้ทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองจนได้รับ GI

การดูแลใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 100% ที่หว่านหลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่ง ส่วนการให้น้ำใช้ระบบสปริงเกอร์น้ำฝอยเกือบ 50 จุด โดยลุงมนัสบอกว่าทุเรียนชอบน้ำแต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงให้น้ำแล้วเว้นช่วง 2 วัน นอกจากนี้ยังนำโซลาร์เซลล์มาช่วยลดต้นทุนค่าไฟจากเดือนละ 8,000 บาท เหลือเพียง 1,000 กว่าบาท แหล่งน้ำมาจากแม่น้ำปราจีนบุรีและน้ำบาดาลที่ดูดพักไว้ในบ่อ

การห่อผลและการป้องกันศัตรูพืชของทุเรียนปราจีน

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำทุเรียนปราจีน คือการห่อผลแทบทุกลูก เพื่อป้องกันกระรอกที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ ลุงมนัสเคยลองหลายวิธีก่อนจะมาลงตัวที่การห่อ ทั้งถุงก๊อบแก๊บสะท้อนแสง แผ่นซีดีแขวน วิทยุเปิดเพลง และกรงดักที่จับแล้วนำไปปล่อยป่า แต่วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการใช้สแลนเย็บเป็นถุงห่อผล

วิธีห่อจะคลุมจากด้านบนแล้วมัดให้แน่น โดยเปิดด้านล่างไว้ เพราะกระรอกจะกินที่หัวพูไม่กินทางก้น สแลนหนึ่งผืนใช้ซ้ำได้นานถึง 5 – 6 ปี เพียงนำไปซักแล้วเก็บมาใช้ใหม่ การห่อยังช่วยป้องกันหนอนเจาะเปลือกและผีเสื้อวางไข่ในเวลากลางคืน ทำให้ไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดหนอน คนกินจึงปลอดภัย

วิธีเก็บเกี่ยวทุเรียนปราจีนที่พิถีพิถันต่างจากที่อื่น

การเก็บเกี่ยวทุเรียนปราจีนให้ผลผลิตปีละ 1 ครั้ง โดยออกดอกในช่วงธันวาคม - กุมภาพันธ์ พันธุ์หมอนทองนับจากดอกบานประมาณ 120 วันจึงตัดได้

จุดที่ต่างจากที่อื่นคือไม่นิยมเก็บหมดทั้งต้นในคราวเดียว บางต้นทยอยตัดเป็นเดือน และส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนเดียวในการเก็บ ไม่ใช้แรงงานคู่แบบตัดคนหนึ่งรับคนหนึ่ง เพราะการโยนอาจพลาดทำให้ขั้วหักหรือคนเจ็บได้ วิธีของที่นี่คือคนงานปีนขึ้นต้นที่สูงถึง 15 เมตร เลือกตัดเฉพาะผลที่แก่จัดด้วยมีดคม แล้วใช้วิธีขัดปมโรยเชือกลงมาอย่างระมัดระวัง โดยห้ามให้เชือกกระทบสิ่งใดและห้ามหย่อน เมื่อถึงพื้นเชือกจะหลุดเอง แล้วดึงกลับขึ้นไปเกี่ยวลูกใหม่

บทสรุป เสน่ห์ของทุเรียนปราจีนแห่งความประณีต

ทุเรียนปราจีนไม่ได้โดดเด่นเพียงรสชาติหวานมันละมุนลิ้นเท่านั้น แต่ยังมาจากความตั้งใจและความประณีตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผืนดินเหนียวปนทราย ภูมิอากาศที่ฝนน้อยพอดี การดูแลด้วยปุ๋ยอินทรีย์ การห่อผลโดยไม่ใช้สารเคมี ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวที่พิถีพิถัน

สำหรับคุณลุงมนัส รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการทำสวนคือการที่คนกินแล้วยิ้มและมีความสุข เมื่อทำของที่มีคุณภาพแล้วได้ยินคำว่าอร่อย นั่นแหละคือรางวัลของอาชีพเกษตรกรผู้สร้างชื่อให้ทุเรียนปราจีนเป็นที่รู้จัก

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ทุเรียนปราจีน GI ทุเรียนแห่งความประณีต

ทุเรียนที่ดีเริ่มต้นจากสิ่งที่คนมองไม่เห็น นั่นคือ "ดิน" และนี่คือเหตุผลที่ทำให้ ทุเรียนปราจีน มีรสชาติที่ดีไม่เหมือนที่อื่น แม้จะเป็นสายพันธุ์เดียวกัน แต่รสชาติกลับแตกต่างกันได้ เพราะนี่คือทุเรียนแห่งความประณีต ทุเรียน GI ปราจีนที่มีความอร่อยเริ่มตั้งแต่ผืนดิน บทความนี้จะพาทุกคนไปทัวร์สวนทุเรียนที่จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านเรื่องราวของคุณลุงมนัส เกษตรกรผู้พิถีพิถันในทุกขั้นตอน

ความลับของดินที่ทำให้ทุเรียนปราจีนอร่อยไม่เหมือนใคร

จุดเริ่มต้นของความอร่อยมาจากผืนดิน คุณลุงมนัสเล่าว่าของดีปราจีนบุรีคือดินเหนียวปนทรายที่ช่วยให้ทุเรียนมีรสชาติดีและเจริญงอกงาม โดยหน้าดินชั้นต้นเป็นดินเหนียวปนทรายลึกประมาณ 30 เซนติเมตร พอลึกลงไปราวสองเมตรก็จะเจอดินขาว และบางที่ลึกลงไปอีกก็จะพบทรายล้วน ซึ่งถ้าเจอทรายมักแปลว่าบ่อน้ำหน้านั้นจะดีเพราะน้ำซึมได้ดี

นอกจากนี้ในพื้นที่ปราจีนบุรียังพบหินผุหรือศิลาแลงปะปนอยู่ ซึ่งหินเหล่านี้ให้แร่ธาตุอย่างแคลเซียมที่ทุเรียนชอบ ทั้งหมดนี้คือองค์ประกอบของดินที่ทำให้ ทุเรียนปราจีน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

สายพันธุ์ทุเรียนปราจีนที่ได้รับการรับรอง GI มีอะไรบ้าง

ทุเรียนปราจีน มีหลายสายพันธุ์ด้วยกัน โดยที่ได้รับการประกาศเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) แบ่งเป็นสองกลุ่มหลัก

กลุ่มแรกคือพันธุ์การค้า มี 4 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์หมอนทอง, ชะนี, ก้านยาว และกระดุมทอง ส่วนกลุ่มที่สองคือพันธุ์พื้นเมือง ที่ขึ้นทะเบียนไว้ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์กำปั่น, กบชายน้ำ และชมพูศรี ซึ่งเป็นชื่อที่คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นเคย แต่คนรุ่นเก่าจะรู้จักดี และกำลังจะเพิ่มอีกหนึ่งสายพันธุ์คือพันธุ์ทับทิมทอง รวมทั้งหมดเป็น 8 สายพันธุ์

พันธุ์ทับทิมทองที่ออกสู่ท้องตลาดแล้วมีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 400 บาท และเป็นที่ต้องการมากจนต้องจองล่วงหน้าเป็นอาทิตย์ ตั้งแต่ตอนที่ลูกยังเล็ก ๆ ไม่จองก็หมดสิทธิ์

ภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝนกับคุณภาพของทุเรียนปราจีน

นอกจากดินที่ดีแล้ว ภูมิอากาศก็มีผลต่อคุณภาพของทุเรียนเช่นกัน หลักสำคัญคือเวลาผลไม้จะสุก หากปริมาณน้ำฝนมากเกินไปคุณภาพจะไม่ดี เพราะถ้าฝนชุก ทุเรียนเมื่อผ่าออกมาส่วนใหญ่จะแฉะ

จุดเด่นของพื้นที่ปราจีนบุรีคือมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยปีละประมาณ 1,900 มิลลิเมตร ซึ่งน้อยกว่าจังหวัดอื่นในภาคตะวันออกที่มีถึง 3,000 – 4,000 มิลลิเมตร ปริมาณน้ำฝนที่น้อยกว่านี้จึงกลายเป็นข้อได้เปรียบที่ทำให้ทุเรียนปราจีน มีเนื้อแห้งและคุณภาพดี

ลักษณะเด่นของทุเรียนปราจีนพันธุ์หมอนทองตามมาตรฐาน GI

แม้หมอนทองจะเป็นสายพันธุ์เดียวกันทั่วประเทศ แต่ทุเรียนปราจีนพันธุ์หมอนทองมีความแตกต่างที่รสชาติและลักษณะภายนอกตามประกาศ GI

ตามมาตรฐานกำหนดว่าเปลือกต้องมีสีน้ำตาลอ่อนถึงน้ำตาลเข้ม หนามแหลมและถี่ รูปทรงมีก้นหอยที่มีมาตั้งแต่ผลยังเล็กจนโต ซึ่งพันธุ์อื่นไม่มี อีกหนึ่งเอกลักษณ์สำคัญคือทุเรียนปราจีนทุกพันธุ์ต้องมีก้านหรือขั้วที่ยาวและขั้วใหญ่

จุดเด่นที่น่าทึ่งอีกอย่างคือความบางของเปลือก ที่วัดได้เพียง 0.87 เซนติเมตร ไม่ถึงหนึ่งเซนติเมตร ทำให้น้ำหนักเปลือกลดลงเหลือราว 40 เปอร์เซ็นต์ ปอกง่ายขึ้นและได้เนื้อเยอะกว่า

วิธีดูทุเรียนปราจีนสุกและการเลือกซื้อให้ได้เนื้อกำลังกิน

การเช็กความสุกของทุเรียนปราจีนไม่จำเป็นต้องใช้ไม้เคาะเหมือนที่อื่น คุณลุงมนัสบอกว่าแค่ดูผิวและดูขั้วก็รู้แล้ว เวลาตัดมาน้ำหวานจะเยิ้มออกมาที่ขั้ว เนื้อในมีสีเหลือง หากน้ำออกมาเยอะแสดงว่าแก่จัด เมื่อนำมาบ่มเพียงวันสองวันก็สุกพอดี

สำหรับการเลือกซื้อ แนะนำว่าเนื้อกำลังกินจะกรอบนอกนุ่มใน มีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ส่วนเนื้อที่ดิบจะมีเสียงต่างออกไปเมื่อเคาะฟัง รสชาติของเนื้อที่สุกกำลังดีจะหวานมัน ละมุนลิ้น เหมือนกินไอศกรีม เนื้อเหลืองเนียน แห้ง และมีเส้นใยน้อย

เคล็ดลับการปลูกและดูแลสวนทุเรียนปราจีนแบบประณีต

สวนของลุงมนัสมีพื้นที่รวมประมาณ 14 ไร่ แบ่งเป็น 2 แปลง โดยมีครอบครัวช่วยกันดูแล ความประณีตของทุเรียนปราจีนอยู่ที่การไม่แต่งเติมสี ไม่เร่งน้ำยาเร่งสุกใด ๆ ทั้งสิ้น ทำให้ได้ทุเรียนที่มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองจนได้รับ GI

การดูแลใช้ปุ๋ยอินทรีย์ 100% ที่หว่านหลังเก็บเกี่ยวและตัดแต่งกิ่ง ส่วนการให้น้ำใช้ระบบสปริงเกอร์น้ำฝอยเกือบ 50 จุด โดยลุงมนัสบอกว่าทุเรียนชอบน้ำแต่ไม่ชอบน้ำขัง จึงให้น้ำแล้วเว้นช่วง 2 วัน นอกจากนี้ยังนำโซลาร์เซลล์มาช่วยลดต้นทุนค่าไฟจากเดือนละ 8,000 บาท เหลือเพียง 1,000 กว่าบาท แหล่งน้ำมาจากแม่น้ำปราจีนบุรีและน้ำบาดาลที่ดูดพักไว้ในบ่อ

การห่อผลและการป้องกันศัตรูพืชของทุเรียนปราจีน

หนึ่งในขั้นตอนสำคัญของการทำทุเรียนปราจีน คือการห่อผลแทบทุกลูก เพื่อป้องกันกระรอกที่เป็นศัตรูตัวฉกาจ ลุงมนัสเคยลองหลายวิธีก่อนจะมาลงตัวที่การห่อ ทั้งถุงก๊อบแก๊บสะท้อนแสง แผ่นซีดีแขวน วิทยุเปิดเพลง และกรงดักที่จับแล้วนำไปปล่อยป่า แต่วิธีที่ได้ผลที่สุดคือการใช้สแลนเย็บเป็นถุงห่อผล

วิธีห่อจะคลุมจากด้านบนแล้วมัดให้แน่น โดยเปิดด้านล่างไว้ เพราะกระรอกจะกินที่หัวพูไม่กินทางก้น สแลนหนึ่งผืนใช้ซ้ำได้นานถึง 5 – 6 ปี เพียงนำไปซักแล้วเก็บมาใช้ใหม่ การห่อยังช่วยป้องกันหนอนเจาะเปลือกและผีเสื้อวางไข่ในเวลากลางคืน ทำให้ไม่ต้องใช้สารเคมีกำจัดหนอน คนกินจึงปลอดภัย

วิธีเก็บเกี่ยวทุเรียนปราจีนที่พิถีพิถันต่างจากที่อื่น

การเก็บเกี่ยวทุเรียนปราจีนให้ผลผลิตปีละ 1 ครั้ง โดยออกดอกในช่วงธันวาคม - กุมภาพันธ์ พันธุ์หมอนทองนับจากดอกบานประมาณ 120 วันจึงตัดได้

จุดที่ต่างจากที่อื่นคือไม่นิยมเก็บหมดทั้งต้นในคราวเดียว บางต้นทยอยตัดเป็นเดือน และส่วนใหญ่ใช้แรงงานคนเดียวในการเก็บ ไม่ใช้แรงงานคู่แบบตัดคนหนึ่งรับคนหนึ่ง เพราะการโยนอาจพลาดทำให้ขั้วหักหรือคนเจ็บได้ วิธีของที่นี่คือคนงานปีนขึ้นต้นที่สูงถึง 15 เมตร เลือกตัดเฉพาะผลที่แก่จัดด้วยมีดคม แล้วใช้วิธีขัดปมโรยเชือกลงมาอย่างระมัดระวัง โดยห้ามให้เชือกกระทบสิ่งใดและห้ามหย่อน เมื่อถึงพื้นเชือกจะหลุดเอง แล้วดึงกลับขึ้นไปเกี่ยวลูกใหม่

บทสรุป เสน่ห์ของทุเรียนปราจีนแห่งความประณีต

ทุเรียนปราจีนไม่ได้โดดเด่นเพียงรสชาติหวานมันละมุนลิ้นเท่านั้น แต่ยังมาจากความตั้งใจและความประณีตในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ผืนดินเหนียวปนทราย ภูมิอากาศที่ฝนน้อยพอดี การดูแลด้วยปุ๋ยอินทรีย์ การห่อผลโดยไม่ใช้สารเคมี ไปจนถึงการเก็บเกี่ยวที่พิถีพิถัน

สำหรับคุณลุงมนัส รางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของการทำสวนคือการที่คนกินแล้วยิ้มและมีความสุข เมื่อทำของที่มีคุณภาพแล้วได้ยินคำว่าอร่อย นั่นแหละคือรางวัลของอาชีพเกษตรกรผู้สร้างชื่อให้ทุเรียนปราจีนเป็นที่รู้จัก

ติดตามสาระทางเกษตรเหล่านี้ได้ในรายการมหาอำนาจบ้านนา วันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 เวลา 10.30 - 11.00 น. ทางไทยพีบีเอส

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย