ค้นหา
ทีวีออนไลน์
เว็บไซต์ในเครือ
เว็บไซต์บริการ

ชวนกินปลาน้ำจืด

ออกอากาศ24 ม.ค. 69

ปลาน้ำจืดเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารไทยและระบบนิเวศของประเทศมานานหลายชั่วอายุคน แต่ในปัจจุบัน ความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ตั้งแต่มลพิษในแหล่งน้ำไปจนถึงการสร้างเขื่อนที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ความหลากหลายของปลาน้ำจืดในประเทศไทย

ประเทศไทยมีความโชคดีที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดสูงมาก โดยมีปลาน้ำจืดมากกว่า 40 ชนิดที่สามารถนำมาเป็นอาหารได้และเรากินกันเป็นปกติ ตั้งแต่ปลาช่อน ปลานิล ปลาเทโพ ปลากราย ปลาซิว ไปจนถึงปลาสร้อย ปลาน้ำจืดแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัว บางชนิดหนังอร่อย บางชนิดเนื้อนุ่มอ่อน ซึ่งความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในประเทศไทยในอดีต
อ่านบทความ ความหลากหลายปลาน้ำจืดไทย

เมนูอาหารจากปลาน้ำจืดที่โดดเด่น

แกงเทโพ: อาหารจากปลาน้ำจืดแบบดั้งเดิม

แกงเทโพเป็นอาหารไทยโบราณที่ใช้ปลาเทโพเป็นส่วนประกอบหลัก ในสูตรดั้งเดิมตามตำราเก่าแก่ แกงเทโพไม่ได้ใส่กะทิเหมือนในปัจจุบัน และใช้ปลาเทโพแทนหมูสามชั้น เครื่องแกงประกอบด้วยพริกไทยขาว พริกแห้ง รากผักชี ตะไคร้ ข่า กระเทียม หอมแดง และกะปิ โดยในตำราโบราณเรียกเครื่องแกงนี้ว่า "พริกขิง" แม้จะไม่ใส่ขิง จุดเด่นของแกงเทโพคือการใช้ใบมะกรูด น้ำมะกรูด และมะกรูดฝาน พร้อมผักบุ้งหรือผักทอดยอด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำส้มมะขาม

ปลากรายทอดน้ำปลา: เมนูง่ายๆ จากปลาน้ำจืด

ปลากรายเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยคุ้นเคยดี เพราะมักนำมาทำลูกชิ้นปลา ห่อหมก หรือทอด สำหรับเมนูปลากรายทอดน้ำปลานั้นง่ายมาก เพียงแช่ปลาในน้ำปลาผสมน้ำตาลเล็กน้อย แล้วทอดในน้ำมันร้อน ที่พิเศษคือน้ำปลาพริกที่ใช้แมงดา ซึ่งเป็นแมลงที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว คล้ายกับใบทำมังทางภาคใต้ น้ำปลาพริกนี้ประกอบด้วยแมงดาตำ หอมเจียว กระเทียม พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และผิวมะนาว

แกงป่าปลาแบบสับนก: อาหารโบราณจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก

เมนูนี้เรียกว่า "สับนก" เพราะเมื่อก่อนใช้นกที่อยู่ตามทุ่งนามาทำ แต่ปัจจุบันหาได้ยากจากการใช้ยาฆ่าแมลงในนา จึงใช้ปลาน้ำจืดตัวเล็กแทน เช่น ปลาซิวและปลาสร้อย การทำแกงป่าปลาแบบสับนก เริ่มจากการสับปลาทั้งก้างให้ละเอียดเพื่อให้เคี้ยวได้ เครื่องแกงประกอบด้วยพริกไทย ผิวมะกรูด รากผักชี พริกแห้ง พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม กระชาย พริกไทยอ่อน และกะปิ ผักที่ใส่ลงไป ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ลูกโดด พริกแฉลบ ใบมะกรูด และปิดท้ายด้วยโหระพา กะเพรา และชะอม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คุกคามปลาน้ำจืด

การปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ส่งผลต่อปลาน้ำจืด

ปัจจุบันปลาน้ำจืดกำลังเผชิญกับปัญหาการปนเปื้อนหลายรูปแบบ:

  • โลหะหนักและสารพิษ - การขุดเหมืองแร่เอิร์ธในประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารหนูในปริมาณมหาศาล ส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ริมแม่น้ำโขงและปลาน้ำจืดในพื้นที่
  • สารเคมีจากของใช้ในครัวเรือน - น้ำยาซักผ้า สบู่อาบน้ำ และสารทำความสะอาดต่างๆ มีสารเคมีที่ตกค้างในแหล่งน้ำ บางชนิดทำให้เกิดฟิล์มบนผิวน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย
  • ปุ๋ยเคมีจากการเกษตร - ไนโตรเจนในปุ๋ยที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำทำให้เกิดแพลงก์ตอนบูม ออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปลาและระบบนิเวศเสียหาย

เขื่อนและผลกระทบต่อปลาน้ำจืด

เขื่อนมีประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรน้ำ แต่เมื่อนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในระบบน้ำ ในแม่น้ำโขงมีเขื่อนจีน 11 เขื่อน และเขื่อนลาวทั้งตอนบนและตอนล่าง การสร้างเขื่อนทำให้:

  • ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง - ปลาที่เคยเข้าใจรูปแบบน้ำหลากและน้ำแล้งตามธรรมชาติเกิดความสับสน
  • การอพยพขัดข้อง - ปลาที่ต้องว่ายขึ้นเหนือเพื่อวางไข่ในฤดูกาลที่เหมาะสม ไม่สามารถทำได้ตามกำหนด เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
  • การสืบพันธุ์ล้มเหลว - เมื่อปลาว่ายขึ้นไปถึงจุดหมายแล้วแต่ไข่ยังไม่สุก ทำให้ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้

สัตว์ต่างถิ่นที่คุกคามปลาน้ำจืดพื้นเมือง

ปัญหาสัตว์ต่างถิ่น เป็นอีกหนึ่งภัยคุกคาม ปัจจุบันมีปลาหมอคางดำที่กำลังเป็นปัญหา นอกจากนี้ยังมีหอยทากแอฟริกาและสัตว์ต่างถิ่นอื่นๆ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ สัตว์ต่างถิ่นเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ระบบนิเวศล่มสลาย

การลดลงของวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับปลาน้ำจืด

ปัจจัยที่ทำให้คนไทยกินปลาน้ำจืดน้อยลงมีหลายประการ:

  1. วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป - คนรุ่นใหม่ห่างเหินจากการประมง ไม่คุ้นเคยกับการแปรรูปปลาน้ำจืด
  2. การทำลายสิ่งแวดล้อม - ระบบแม่น้ำลำคลองไม่เหมือนเดิม การสร้างเขื่อนทำให้ปลามีความหลากหลายน้อยลง
  3. ความกลัวสารปนเปื้อน - ความกังวลเรื่องโลหะหนักและสารพิษในปลา
  4. ปลาหายากขึ้น - ปริมาณปลาน้ำจืดในแหล่งน้ำลดลงอย่างมาก

ความสำคัญของปลาน้ำจืดต่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

ปลาน้ำจืดไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของ:

  • ระบบนิเวศ - ปลาเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำ
  • วิถีชีวิต - อารยธรรมโบราณเกิดขึ้นริมแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำแยงซี แม่น้ำไทกริส การดำรงชีวิตผูกพันกับน้ำ
  • วัฒนธรรม - อาหารจากปลาน้ำจืดสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
  • ภูมิปัญญา - สูตรอาหารโบราณ วิธีการจับปลา การแปรรูป ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมา

แนวทางการอนุรักษ์ปลาน้ำจืดไทย

หากเราปล่อยให้คนอื่นทำลายฐานทรัพยากรของเรา ไม่ใช่แค่ระบบนิเวศที่จะเสีย แต่มันคือชีวิต คือวิถีชีวิต คือวัฒนธรรมที่จะสูญหายไป

การรับประทานอาหารอย่างยั่งยืน

การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำลายฐานทรัพยากรเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น:

  • เลือกซื้อปลาจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน
  • สนับสนุนชาวประมงท้องถิ่นที่ทำประมงอย่างรับผิดชอบ
  • เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของปลาน้ำจืดแต่ละชนิด
  • ช่วยกันอนุรักษ์แหล่งน้ำในชุมชน

การปกป้องแหล่งน้ำ

การดูแลแหล่งน้ำเป็นหน้าที่ของทุกคน:

  • ลดการใช้สารเคมีในบ้านที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
  • ไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
  • ร่วมกันฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน
  • สนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

สรุป: อนาคตของปลาน้ำจืดไทย

ปลาน้ำจืดเป็นมรดกทางชีวภาพที่มีคุณค่าของประเทศไทย จากปลามากกว่า 40 ชนิดที่เคยอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันหลายชนิดกำลังหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดจะไม่อยู่กับเราหากเราปล่อยให้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษและโลหะหนักโดยไม่ทำอะไรเลย หรือหากรัฐไม่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การรับประทานอาหารที่รู้ว่าจะไม่ไปทำลายฐานทรัพยากรอาหารในประเทศไทย การสนับสนุนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการปกป้องระบบนิเวศ คือหนทางสู่การดูแลรักษาสมบัติล้ำค่านี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไป

ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส


แนะนำเมนูอร่อยๆ จากปลาน้ำจืด

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

-

ปลาน้ำจืดเป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรมอาหารไทยและระบบนิเวศของประเทศมานานหลายชั่วอายุคน แต่ในปัจจุบัน ความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดกำลังเผชิญกับความท้าทายมากมาย ตั้งแต่มลพิษในแหล่งน้ำไปจนถึงการสร้างเขื่อนที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ

ความหลากหลายของปลาน้ำจืดในประเทศไทย

ประเทศไทยมีความโชคดีที่มีความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดสูงมาก โดยมีปลาน้ำจืดมากกว่า 40 ชนิดที่สามารถนำมาเป็นอาหารได้และเรากินกันเป็นปกติ ตั้งแต่ปลาช่อน ปลานิล ปลาเทโพ ปลากราย ปลาซิว ไปจนถึงปลาสร้อย ปลาน้ำจืดแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะตัว บางชนิดหนังอร่อย บางชนิดเนื้อนุ่มอ่อน ซึ่งความหลากหลายนี้สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำในประเทศไทยในอดีต
อ่านบทความ ความหลากหลายปลาน้ำจืดไทย

เมนูอาหารจากปลาน้ำจืดที่โดดเด่น

แกงเทโพ: อาหารจากปลาน้ำจืดแบบดั้งเดิม

แกงเทโพเป็นอาหารไทยโบราณที่ใช้ปลาเทโพเป็นส่วนประกอบหลัก ในสูตรดั้งเดิมตามตำราเก่าแก่ แกงเทโพไม่ได้ใส่กะทิเหมือนในปัจจุบัน และใช้ปลาเทโพแทนหมูสามชั้น เครื่องแกงประกอบด้วยพริกไทยขาว พริกแห้ง รากผักชี ตะไคร้ ข่า กระเทียม หอมแดง และกะปิ โดยในตำราโบราณเรียกเครื่องแกงนี้ว่า "พริกขิง" แม้จะไม่ใส่ขิง จุดเด่นของแกงเทโพคือการใช้ใบมะกรูด น้ำมะกรูด และมะกรูดฝาน พร้อมผักบุ้งหรือผักทอดยอด ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาลมะพร้าว และน้ำส้มมะขาม

ปลากรายทอดน้ำปลา: เมนูง่ายๆ จากปลาน้ำจืด

ปลากรายเป็นปลาน้ำจืดที่คนไทยคุ้นเคยดี เพราะมักนำมาทำลูกชิ้นปลา ห่อหมก หรือทอด สำหรับเมนูปลากรายทอดน้ำปลานั้นง่ายมาก เพียงแช่ปลาในน้ำปลาผสมน้ำตาลเล็กน้อย แล้วทอดในน้ำมันร้อน ที่พิเศษคือน้ำปลาพริกที่ใช้แมงดา ซึ่งเป็นแมลงที่มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว คล้ายกับใบทำมังทางภาคใต้ น้ำปลาพริกนี้ประกอบด้วยแมงดาตำ หอมเจียว กระเทียม พริกขี้หนู น้ำปลา น้ำมะนาว น้ำตาล และผิวมะนาว

แกงป่าปลาแบบสับนก: อาหารโบราณจากปลาน้ำจืดขนาดเล็ก

เมนูนี้เรียกว่า "สับนก" เพราะเมื่อก่อนใช้นกที่อยู่ตามทุ่งนามาทำ แต่ปัจจุบันหาได้ยากจากการใช้ยาฆ่าแมลงในนา จึงใช้ปลาน้ำจืดตัวเล็กแทน เช่น ปลาซิวและปลาสร้อย การทำแกงป่าปลาแบบสับนก เริ่มจากการสับปลาทั้งก้างให้ละเอียดเพื่อให้เคี้ยวได้ เครื่องแกงประกอบด้วยพริกไทย ผิวมะกรูด รากผักชี พริกแห้ง พริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า ข่า ตะไคร้ หอม กระเทียม กระชาย พริกไทยอ่อน และกะปิ ผักที่ใส่ลงไป ได้แก่ มะเขือเปราะ มะเขือพวง ถั่วฝักยาว ลูกโดด พริกแฉลบ ใบมะกรูด และปิดท้ายด้วยโหระพา กะเพรา และชะอม

ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่คุกคามปลาน้ำจืด

การปนเปื้อนในแหล่งน้ำที่ส่งผลต่อปลาน้ำจืด

ปัจจุบันปลาน้ำจืดกำลังเผชิญกับปัญหาการปนเปื้อนหลายรูปแบบ:

  • โลหะหนักและสารพิษ - การขุดเหมืองแร่เอิร์ธในประเทศเพื่อนบ้านก่อให้เกิดการปนเปื้อนของสารหนูในปริมาณมหาศาล ส่งผลกระทบต่อคนที่อยู่ริมแม่น้ำโขงและปลาน้ำจืดในพื้นที่
  • สารเคมีจากของใช้ในครัวเรือน - น้ำยาซักผ้า สบู่อาบน้ำ และสารทำความสะอาดต่างๆ มีสารเคมีที่ตกค้างในแหล่งน้ำ บางชนิดทำให้เกิดฟิล์มบนผิวน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสีย
  • ปุ๋ยเคมีจากการเกษตร - ไนโตรเจนในปุ๋ยที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำทำให้เกิดแพลงก์ตอนบูม ออกซิเจนในน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปลาและระบบนิเวศเสียหาย

เขื่อนและผลกระทบต่อปลาน้ำจืด

เขื่อนมีประโยชน์ในการจัดการทรัพยากรน้ำ แต่เมื่อนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่น โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า ก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงในระบบน้ำ ในแม่น้ำโขงมีเขื่อนจีน 11 เขื่อน และเขื่อนลาวทั้งตอนบนและตอนล่าง การสร้างเขื่อนทำให้:

  • ฤดูกาลเปลี่ยนแปลง - ปลาที่เคยเข้าใจรูปแบบน้ำหลากและน้ำแล้งตามธรรมชาติเกิดความสับสน
  • การอพยพขัดข้อง - ปลาที่ต้องว่ายขึ้นเหนือเพื่อวางไข่ในฤดูกาลที่เหมาะสม ไม่สามารถทำได้ตามกำหนด เพราะระดับน้ำเปลี่ยนแปลงผิดปกติ
  • การสืบพันธุ์ล้มเหลว - เมื่อปลาว่ายขึ้นไปถึงจุดหมายแล้วแต่ไข่ยังไม่สุก ทำให้ไม่สามารถแพร่พันธุ์ได้

สัตว์ต่างถิ่นที่คุกคามปลาน้ำจืดพื้นเมือง

ปัญหาสัตว์ต่างถิ่น เป็นอีกหนึ่งภัยคุกคาม ปัจจุบันมีปลาหมอคางดำที่กำลังเป็นปัญหา นอกจากนี้ยังมีหอยทากแอฟริกาและสัตว์ต่างถิ่นอื่นๆ ที่แพร่กระจายอย่างรวดเร็วและไม่สามารถควบคุมได้ สัตว์ต่างถิ่นเหล่านี้แพร่กระจายไปทั่วประเทศ หากไม่มีการจัดการที่เหมาะสม อาจส่งผลให้ระบบนิเวศล่มสลาย

การลดลงของวิถีชีวิตที่เกี่ยวข้องกับปลาน้ำจืด

ปัจจัยที่ทำให้คนไทยกินปลาน้ำจืดน้อยลงมีหลายประการ:

  1. วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป - คนรุ่นใหม่ห่างเหินจากการประมง ไม่คุ้นเคยกับการแปรรูปปลาน้ำจืด
  2. การทำลายสิ่งแวดล้อม - ระบบแม่น้ำลำคลองไม่เหมือนเดิม การสร้างเขื่อนทำให้ปลามีความหลากหลายน้อยลง
  3. ความกลัวสารปนเปื้อน - ความกังวลเรื่องโลหะหนักและสารพิษในปลา
  4. ปลาหายากขึ้น - ปริมาณปลาน้ำจืดในแหล่งน้ำลดลงอย่างมาก

ความสำคัญของปลาน้ำจืดต่อวัฒนธรรมและภูมิปัญญา

ปลาน้ำจืดไม่ใช่แค่เรื่องของอาหาร แต่เป็นส่วนหนึ่งของ:

  • ระบบนิเวศ - ปลาเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อาหารในแหล่งน้ำ
  • วิถีชีวิต - อารยธรรมโบราณเกิดขึ้นริมแม่น้ำ ไม่ว่าจะเป็นแม่น้ำแยงซี แม่น้ำไทกริส การดำรงชีวิตผูกพันกับน้ำ
  • วัฒนธรรม - อาหารจากปลาน้ำจืดสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรม
  • ภูมิปัญญา - สูตรอาหารโบราณ วิธีการจับปลา การแปรรูป ล้วนเป็นภูมิปัญญาที่สืบทอดมา

แนวทางการอนุรักษ์ปลาน้ำจืดไทย

หากเราปล่อยให้คนอื่นทำลายฐานทรัพยากรของเรา ไม่ใช่แค่ระบบนิเวศที่จะเสีย แต่มันคือชีวิต คือวิถีชีวิต คือวัฒนธรรมที่จะสูญหายไป

การรับประทานอาหารอย่างยั่งยืน

การเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ทำลายฐานทรัพยากรเป็นสิ่งสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น:

  • เลือกซื้อปลาจากแหล่งที่มีการจัดการอย่างยั่งยืน
  • สนับสนุนชาวประมงท้องถิ่นที่ทำประมงอย่างรับผิดชอบ
  • เรียนรู้เกี่ยวกับสถานการณ์ของปลาน้ำจืดแต่ละชนิด
  • ช่วยกันอนุรักษ์แหล่งน้ำในชุมชน

การปกป้องแหล่งน้ำ

การดูแลแหล่งน้ำเป็นหน้าที่ของทุกคน:

  • ลดการใช้สารเคมีในบ้านที่ส่งผลกระทบต่อแหล่งน้ำ
  • ไม่ปล่อยน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะ
  • ร่วมกันฟื้นฟูแหล่งน้ำในชุมชน
  • สนับสนุนนโยบายที่เอื้อต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำ

สรุป: อนาคตของปลาน้ำจืดไทย

ปลาน้ำจืดเป็นมรดกทางชีวภาพที่มีคุณค่าของประเทศไทย จากปลามากกว่า 40 ชนิดที่เคยอุดมสมบูรณ์ ปัจจุบันหลายชนิดกำลังหายากหรือใกล้สูญพันธุ์ ความหลากหลายทางชีวภาพของปลาน้ำจืดจะไม่อยู่กับเราหากเราปล่อยให้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารพิษและโลหะหนักโดยไม่ทำอะไรเลย หรือหากรัฐไม่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์ การรับประทานอาหารที่รู้ว่าจะไม่ไปทำลายฐานทรัพยากรอาหารในประเทศไทย การสนับสนุนการผลิตอาหารที่ยั่งยืน และการปกป้องระบบนิเวศ คือหนทางสู่การดูแลรักษาสมบัติล้ำค่านี้ไว้ให้คนรุ่นต่อไป

ติดตามได้ในรายการกินอยู่คือ วันเสาร์ที่ 24 มกราคม 2568 เวลา 10.00 - 10.30 น. ทางไทยพีบีเอส


แนะนำเมนูอร่อยๆ จากปลาน้ำจืด

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

-

ละครดี ซีรีส์เด่น

ดูทั้งหมด

♫ ♫ Songs Popular ♫ ♫

ดูทั้งหมด

คลิปมาใหม่

คนดูเยอะ 👀

ดูทั้งหมด

เสน่ห์ประเทศไทย